Make merit 2009

by tharuanet on 11:05 am with no responses.

ร่วมทำบุญประจำปี ๒oo๙

ทำบุญ 17-09-2009

 

ภาพร่วมกันทำบุญ ณ วัดดอนกระสังข์

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสได้ ทำบุญ ทำทาน ร่วมกันอีกครั้ง ยังจากที่ครวามที่แล้ว ก็ประมาณปีที่แล้ว …


พี่แจ้ กับ น้องพิม

ภาพหมู่

Focus

19-07-2009

เข้าไปดูภาพ ทั้งหมดได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะครับ

ภาพบรรยายกาศทำบุญประจำปี 2552

ข้อความด้านล่างนี้ เป็นเรื่องหาที่เกี่ยวกับการทำบุญ เผื่อจะมีประโยชน์ ก็เลยนำมาให้ได้อ่านกันครับ …

 

ทำบุญ มายถึง การกระทำดีตามหลักคำสอนในศาสนา วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่เกิดจนตายคุ้นเคยกับการทำบุญ และถือว่า ควรทำบุญอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ชีวิตมีความสงบสุข ได้พบแต่สิ่งดี ๆ แม้มีอุปสรรคหรือประสบชะตากรรม การทำบุญก็ช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ การทำบุญมาก ๆ แม้ตายไปก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ได้อยู่ในที่ที่มีแต่ความสุข ทำบุญมากจะทำให้สามารถไปถึงนิพพานได้


คนไทยมีความเชื่อตามแนวทางพุทธศาสนา คือ ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป ซึ่งหมายถึงผลแห่งกรรม หรือผลแห่งการกระทำ ทำสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น

หลักง่ายในการทำบุญแล้วได้บุญ คือ ต้องมีจิตใจพร้อม ยินดี มีใจบริสุทธิ์ที่จะทำบุญ การทำบุญต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตัวเองและผู้อื่น

การทำบุญ ทำได้ 3 วิธีคือ การให้ทาน การรักษาศีล และ การภาวนา ถ้าปฏิบัติได้ครบ 3 วิธี ถือว่าทำบุญได้อย่างยอดเยี่ยม แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การทำทาน เป็นการทำบุญ ซึ่งก็ถูก เพราะเป็นขั้นต้นของการทำบุญ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะเรื่อง ทาน เพราะเป็นวิถีชีวิตของคนไทยที่ทำกันสม่ำเสมอ

การทำบุญสังฆทาน

ารทำบุญสังฆทาน เราเข้าใจผิดมานาน โดยนำของใส่ถังแล้วไปถวายพระหนึ่งรูปบ้างสองรูปบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นการทำบุญสังฆทานที่ผิด และได้ผลบุญที่ต่ำ หรือบ้างครั้งไม่ได้บุญเลย และแถมยังได้บาป ถ้าเราถวายเงินแล้วพระรับกับมือหรือครอบครองเงินนั้นไว้กับตัว คือเราไปทำให้พระต้องอาบัติ ผิดศีล ถ้ายิ่งไปถวายสังฆทานตอนหลังเที่ยงยิ่งบาปหนักเข้าไปอีก

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้

๑. ต้องเป็นอาหารที่พระฉันได้ในเวลานั้น และต้องถวายก่อนเที่ยง (ส่วนสิ่งของอื่นที่เป็นถังนั้นเป็นเพียงเครื่องบริวารสังฆทานเท่านั้น)

๒. ต้องกล่าวคำถวายสังฆทาน ดังนี้ ” อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโนชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุ สังโฆอิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานนิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ

๓. พระต้ัั้ังแต่ ๔ รูปขึ้นไป (พระ ๔ รูปเรียกว่าครบสงฆ์) จึงจะรับสังฆทานได้ เพราะคำว่าสังฆทานแปลว่า เป็นทานที่ถวายแด่สงฆ์ เป็นบุญด้านอาหารสูงสุด ฉะนั้นพระ ๑ รูป ๒รูป หรือ ๓รูป ไม่สามารถรับสังฆทานได้เป็นบาป และถือว่าหลอกลวงเพราะไม่ใช่สงฆ์ (เพราะไม่ครบองค์) เป็นเพียงบุคคลเท่านั้น เว้นเสียแต่เป็นพระอรหันต์ ๑ องค์ก็สามารถรับสังฆทานได้ เพราะพระอรหันต์ถือว่าเป็สงฆ์

๔. จะต้องทำการอปโลกน์สังฆทาน หลังจากที่พระรับสังฆทานไปแล้ว พระรูปที่๒ จะต้องทำการอปโลกน์(คือทำการประชุมสงฆ์ เพื่อแบ่งปันสังฆทานที่ได้รับมา) แต่ถ้าพระไม่ทำการอปโลกน์ อาหารทุกชิ้นเครื่องบริวารทุกอย่างถือว่าเป็นของสงฆ์ทั้งสิ้น ญาติโยมจะไปกินไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้พระบางรูปจะบอกยกให้ก็กินไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นบุคลให้ ไม่ใช่สงฆ์ให้ แม้แต่พระที่เป็นผู้รับสังฆทานก็จะฉันไม่ได้ ถ้าผู้ใดขืนกินเข้าไป เมื่อตายต้องไปเกิดเป็นเปรต ประมาณ ๙๒ กัลป์

tharuanet

tharuanet

Freelance, Design Engineer at UDTECH
- ดูมาทุกทาง ฟังมาทุกอย่าง คิดได้ แต่ไม่เคยลงมือทำ -
tharuanet

Latest posts by tharuanet (see all)

Comments

comments